ดูดไขมัน

ดูดไขมัน อันตราย หรือไม่

ดูดไขมัน อันตราย?

ดูดไขมัน มีในไทยมาแล้วมากกว่า 15 ปี ในช่วงแรกการดูดไขมันเป็นความแปลกใหม่ที่ไม่คุ้นชิน และยังดูน่ากลัว แพทย์ที่เชี่ยวชาญจริงๆหาได้อยาก จนเกิดเคสมีคนไข้เสียชีวิตจากการดูดไขมันเป็นข่าวดัง และส่งให้การดูดไขมันหน้ากลัวขึ้นไปอีก

กระทั่ง การดูดไขมันมีการพัฒนาเทคนิคต่างๆเพิ่มขึ้น ซึ่งเทคนิคการดูดไขมันนี้ จะขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ใช้ดูดไขมัน และความชำนาญของแพทย์ดูดไขมันก็พัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมามก เนื่องจากเริ่มได้รับความนิยมทั่วโลก  แพทย์มีการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือ และความรู้ใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความชำนาญและปลอดภัยต่อคนไข้

เครื่องมือดูดไขมัน ที่มีตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีอยู่หลายแบบ แต่ละแบบมีเทคนิคเฉพาะที่แตกต่างกันชัดเจน

แยกเทคนิคการดูดไขมัน ( เรียงจากใหม่ล่าสุด )

  1. ดูดไขมันเทคนิค Bodytite ( บอดี้ไทท์ )  การดูดไขมันแบบ bodytite เป็นเทคนิคใหม่ล่าสุดที่มีการพัฒนาหลายอย่าง ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ ( Radio Frequency – RF ) ช่วยสลายไขมันให้เหลว ก่อนดูดออกมา ซึ่งการดูดไขมันแบบบอดี้ไทท์ จะมีตัวควบคุมการปล่อยพลังงานความร้อนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม มีการตัดพลังงานอัตโนมัติ ช่วยลดความเสี่ยงในการเผาไหม้ผิวได้ดี
  2. Vaser ( เวเซอร์ ) เป็นการดูดไขมันโดยการปล่อยคลื่นอัลตร้าซาวนด์ เข้าไปรบกวนให้ไขมันมีสภาพเหลว กับน้ำเกลือที่ฉีดเข้าไป ก่อนจะดูดออกมา โอกาสการฟกช้ำและเกิดผังผืดจะมีมากกว่าการดูดไขมันแบบ Bodytite
  3. Water Jet ( วอเทอร์ เจ็ท ) เป็นการดูดไขมันโดยการใช้พลังงานน้ำไปผลักแยกเซลล์ไขมันให้แตกตัวเป็นอนูเล็กๆจนเหลว แล้วดูดออก เหมาะกับการนำไขมันไปใช้ประโยชน์ต่อ เช่น นำไขมันที่ได้ไปเติมเต็มใบหน้า การเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง  เป็นต้น

อาการหลังดูดไขมัน

หลังดูดไขมัน แล้วอาจจะได้หุ่นสวยทันใจได้ทันที แต่ทว่าจะต้องมีช่วงที่ต้องพักฟื้น เพราะอาการบวม และทำกิจวัตรแบบหักโหมมากจะยังไม่ได้

  1. การบวมช้ำ หลังดูดไขมัน ซึ่งเป็นอาการตามปกติ การบวมช้ำจะค่อยๆลดลงภายใน 1 เดือน
  2. การเกิดก้อนไต แข็งๆ Seroma (สิโรมา)  เกิดจากของเหลวและน้ำเหลืองที่ค้างใต้ชั้นผิว หลังดูดไขมัน จะค่อยๆหายไปได้โดยการนววดบ่อยๆ อย่างถูกวิธี  ในการดูดไขมันกับสถานพยาบาลบางแห่งจะมีบริการส่วนนี้ให้ด้วย
  3. ผิวไหม้ หากดูดไขมันที่ไม่ได้มาตรฐาน แพทย์ที่ดูดไขมันไม่ชำนาญ โอกาสที่จะเกิดผิวไหม้ก็เกิดขึ้นได้เสมอ ฉะนั้นก่อนที่จะเลือกดูดไขมัน ควรเช็กสถานพยาบาลและฝีมือแพทย์ให้ดีเสียก่อน
  4. ผิวเป็นคลื่น หลังดูดไขมัน มักเกิดจากทักษะการใช้เครื่องมือที่ไม่ถูกต้อง การทำ Body Contouring ของแพทย์ที่ทำการดูดไขมันที่ไม่เชี่ยวชาญพอ
  5. ผังผืด หรือแผลใต้ชั้นผิว  ในการดูดไขมันกับบางเทคนิคเสี่ยงต่อการเกิดผังผืดเป็นอย่างมาก และเมื่อเกิดผังผืดใต้ชั้นผิวแล้ว การจะดูดไขมันซ้ำบริเวณเดิมจะทำได้ยาก หรือทำไม่ได้เลย เพราะหัวดูดไขมันจะไม่สามารถสอดใต้ชั้นผิวเข้าไปได้

0

User Rating: 5 ( 1 votes)
Tags

MissBeauty

นักเขียน

ใส่ความเห็น

Back to top button
Close
Close